ไขปัญหาธรรมบนเว็บบอร์ด

ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน.    ลืมรหัสผ่าน?

ภัยต่อพุทธศาสนา 6
(1 viewing) (1) ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
Go to bottom
ตอบกลับ
เริ่มหัวข้อใหม่
หน้า: 1
หัวข้อ : ภัยต่อพุทธศาสนา 6
#60
ภัยต่อพุทธศาสนา 6 7 ปี, 2 เดือน ก่อน  
ภัยต่อพุทธศาสนา 6

วันนี้เรามาต่อ ตอนที่ 6 เรื่อง ภัยต่อพุทธศาสนา


ก่อนที่จะต่อตอนที่ 6 กัน หลวงตาต้องขอให้ทาง Admin ช่วยแก้ไขหัวข้อการเรียงลำดับให้ถูกต้องด้วยนะ การคัดลอกมาวางนี่ ก็มีข้อผิดพลาดได้อย่างนี้แหละ

เช่นเดียวกัน การคัดลอกความรู้จากผู้อื่นโดยไม่ทำความเข้าใจด้วยตนเอง ก็ย่อมต้องผิดพลาดเป็นธรรมดา ที่ว่าผิดพลาดก็เพราะว่าไม่เข้าใจในความเป็นจริง ไม่เข้าใจในความเป็นไป เพราะว่ารู้ไม่ถึงแก่นแท้ของเรื่องนั้นนั้น

พระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ก็เช่นกัน ไม่สามารถคัดลอกเอามาถ่ายทอดสอนต่อโดยไม่เข้าใจในแก่นแท้ของคำสอนของพระพุทธองค์ได้ จากวลีที่ว่า “แม้จะอยู่ใกล้ชิด ก็ไม่สามารถเกาะติดชายผ้าเหลืองได้” นั่นละคือความหมายของสิ่งที่หลวงตากล่าวไว้แต่ต้น “อย่าเชื่อจนกว่าจะได้พิสูจน์และทดสอบทดลองด้วยตนเอง” ประโยคนี้เป็นคำสอนอันนำไปสู่ความสำเร็จอย่างถ่องแท้ของพระพุทธศาสดา

มีผู้รู้มากมายแม้ในอดีตกาล สาวกของพระศาสดา ที่มีความรู้สามารถสอนลูกศิษย์ให้สำเร็จได้มากมาย ศิษย์ทั้งหลายก็มีความเพียรมาก ฝึกฝน ฝึกตนจนประสพความสำเร็จด้วยความไม่ประมาทในคำสั่งสอนของอาจารย์ แต่ตัวอาจารย์เอง กลับประมาทเพราะเชื่อว่าตนมีความรู้มาก ที่สุดก็ทุกข์ตัวไม่รอด ต้องพึ่งศิษย์ที่เป็นเณรแนะนำให้จนรอดพ้นได้ เมื่อมีเรื่องเช่นนี้ให้เป็นตัวอย่างแล้ว เราท่านทั้งหลาย ก็จงอย่าประมาท ได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธ จะโดยการเกิด การอยู่ การอุทิศตนก็ตาม ก็จงอย่าประมาท ศึกษาเรียนรู้ศีลและข้อปฏิบัติอันถูกต้องดีงามของชาวพุทธให้เข้าใจ อย่าตีความไปตามกิเลสตน ศีล คือข้อพึงปฏิบัติ และพึงละเว้นไม่ปฏิบัติ โดยเรียกให้เข้าใจว่าเป็น กุศล และ อกุศล แปลแบบง่ายๆ ก็คือ เป็นสิ่งที่ดีงามเป็นที่น่าสรรเสริญ และ เป็นสิ่งที่ไม่ดีงามเป็นที่ตำหนิติเตียน ผลที่ได้รับโดยตัวเจ้าของคือ ที่เป็นฝ่ายบุญเจ้าของมีความสุขที่เกิดขึ้นในอารมณ์ความรู้สึก ที่เรียกว่าจิตหรือใจ ที่เป็นฝ่ายบาปก็ทำให้เจ้าของมีความทุกข์ไม่สบายในอารมณ์ความรู้สึก เกิดความเศร้าใจหม่นหมองฉุดดึงให้ประสิทธิภาพความเป็นมนุษย์ลดถอยลง

เอาละหลวงตาได้อารัมภ์มามากมาย ก็อันเนื่องมาจากความผิดพลาดจากการคัดลอกหัวข้อมาวาง แล้วประมาทไม่ได้ตรวจทานให้เรียบร้อยทำให้เป็นเรื่องขึ้นมา วันนี้เรามาต่อเรื่องศีลมนุษย์ที่เหลืออีกสามข้อกัน ก็ตั้งใจที่จะให้จบในบทนี้ จะยาวเกินไปหรือไม่หนอ บทที่ผ่านมาก็ได้ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปมากแล้ว อาจะทำให้ไม่เข้าใจได้ ก็ค่อยเอามาสังคายนากันอีกครั้งถ้ามีความสงสัยอย่างไร

ศีลข้อสามกล่าวถึงเรื่อง กาเมสุมิจฉาจาร ข้อนี้ทำความสับสนให้ได้มากมายจนคนจำนวนมากถือตนว่าเป็นคนดีไม่ผิดศีลข้อนี้ ลองมามองดูกันว่า ในสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น เทวดา มนุษย์ หรือ สัตว์เดรัจฉาน ที่ต้องรบราฆ่ากันไม่รู้จักกี่ภพกี่ชาติ ก็ด้วยเหตุเรื่องกาเมนี้เอง แล้วลองมองดูในเนื้อนั้นซิมีอะไรเป็นปมเรื่องสำคัญ อย่างที่ภาษิตไทยกล่าวไว้ “เสียทองเท่าหัว ไม่ยอมเสียผัวให้ใคร” หรือภาษิตยุคใหม่ “ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ” มาถึงตรงนี้คงเข้าใจบ้างแล้วใช่ไหมว่า มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ตัวผู้หรือตัวเมีย ล้วนแต่ถือเอาเรื่องกาเมเป็นเรื่องศักดิ์ศรีสำคัญ ไม่ได้มองเรื่องของคามดีงาม ความประเสริฐเป็นที่สรรเสริญเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีที่สำคัญ ฉะนั้น พระศาสดาผู้ทรงรู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง จึงนาเอาหัวข้อนี้มาวางไว้เป็นที่สุด เพื่อให้เราได้ตีความศึกษาทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

ลองมองดูเมื่อวัยเด็ก หรือเมื่อผู้ใหญ่เห็นเด็กทำความผิดที่น่าติเตียน เมื่อไม่รู้จักหรือจำไม่ได้คลับคล้ายคลับครา ก็จะถามว่า เอ็งลูกใคร บ้านอยู่ไหน ปู่ย่าตาทวดเป็นใคร เรียนที่ไหน แล้วจึงค่อยมาถามที่หลังว่า ชื่ออะไร นี่เรียกว่าทำไม่ดีทีเดียว เสื่อมเสียทั้งตระกูล แล้วถ้าทำความดีละ จะมีคำถามอะไร ผู้ใหญ่ก็จะถามว่า หนูชื่ออะไร เรียนที่ไหน ที่จะถามไปถึงครอบครัวเครือเถาวงศาคณาญาตินั้น มีน้อยมาก “ทำดีได้ที่ตัว ทำชั่วเสียทั้งตระกูล” คำนี้เป็นจริงมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบันและจะยังคงเป็นจริงต่อไปตราบนานเท่านาน

เมื่อเห็นอย่างนี้ เราพอจะเข้าถึงเหตุต้นของ ศีล ข้อนี้แล้วนะว่า ที่สำคัญนั้นเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีไม่ใช่เรื่องของชายหญิง ไม่ว่าใครๆในที่ไหนๆ ต่างก็มีศักดิ์ศรีของตนเอง และที่สำคัญไม่ใช่มีแต่ตัวเจ้าของเท่านั้นที่มีตัวตนอยู่ แต่ว่ายังมีวงศาคณาญาติและว่านเครือพร้อมทั้งหมู่มิตรและครูอาจารย์ ต่างก็ยังมีตัวตนอยู่หรืออาจจะเหลือเพียงชื่อเสียงคุณงามความดีที่สั่งสมไว้อยู่ แล้วเมื่อบุคคลผู้เป็นปัจเจก จะทำอะไรที่ไม่ห่วงศักดิ์ศรีของผู้อื่น ถือตนเองเป็นสำคัญ ย่อมกระทำความเสื่อมไว้ในจิตของเจ้าของที่จะต้องชำระให้ผ่องแผ้วถึงต้องข้ามภพข้ามชาติหรือไม่อย่างไร ตัวเจ้าของรู้เอง ไม่มีใครช่วยได้

มองดูแล้ว เกือบสองหน้าหระดาษ เห็นว่าน่าจะพอก่อน ก็ขอจบตอนที่ 6 นี้ไว้แค่ศีลข้อสาม แล้วค่อยมาต่อ ศีลข้อสี่ และศีลข้อห้า กันอีกเมื่อมีโอกาส


ใส่รหัสที่นี่   
กล่องตอบด่วน
Kittiyano

Reply Quote
 
Go to top
ตอบกลับ
เริ่มหัวข้อใหม่
หน้า: 1