ไขปัญหาธรรมบนเว็บบอร์ด

ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน.    ลืมรหัสผ่าน?

หลวงปู่สาธยายธัมมโดยพิศดาร :สัมมัปปธาน๔ สติปัฏฐาน๔
(1 viewing) (1) ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
Go to bottom
ตอบกลับ
เริ่มหัวข้อใหม่
หน้า: 1
หัวข้อ : หลวงปู่สาธยายธัมมโดยพิศดาร :สัมมัปปธาน๔ สติปัฏฐาน๔
#360
หลวงปู่สาธยายธัมมโดยพิศดาร :สัมมัปปธาน๔ สติปัฏฐาน๔ 10 เดือน, 3 สัปดาห์ ก่อน กรรม: 0
ว่าจะต่อ ธัมมอีกสิบสองข้อ คือ สัมมัปปธานสี่ สติปัฏฐานสี่ อิทธิบาทสี่

เบื้องบาทของการฝึกฝนนั้นจะต้องมีความปรารถนาอย่างจริงจังเป็นปรารถนาอันบริสุทธิ์ที่จะเข้าใจพระธัมมคำสอนของพระพุทธศาสดาอย่างแท้จริงไม่แอบแฝงไม่เป็นไปเพื่อการอื่น เป็นไปเพื่อความแจ้งในธัมมเพียงอย่างเดียว จึงจะเรียกว่ามีฉันทะ

เมื่อมีฉันทะแล้วต้องวิริยะทำความเพียรอย่างจริงจังไม่ย่อหย่อนท้อถอย ต้องตั้งมั่นกำหนดเวลากำหนดสถานที่กำหนดแนววิธีแล้วตั้งใจสนใจรำลึกรู้อยู่ตลอดเวลาพิจารณาแก้ไขปรับแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ใส่ใจศึกษาปรับตัวปรับจิตให้เป็นสุขกับการทำความเพียรในทุกอิริยาบถ ยืนเดินนั่งนอนพักผ่อนกินข้าวเข้าห้องน้ำชำระล้างร่างกาย เรียกว่ามีจิตฝักใฝ่อยู่ตลอดเวลาพิจารณาสิ่งที่ทำสิ่งที่ส่งผลสิ่งที่แก้ไขปรับปรุงจนกระทั้งเป็นเนื้อเดียวกับชีวิตในทุกลมหายใจเข้าออกอยู่กับธัมมที่ปรารถนาฝึกฝน จึงจะประสพความสำเร็จ อย่างนี้เรียกว่า อิทธิบาทสี่ประการ คือบาทฐานแห่งความสำเร็จสี่ประการ และเพราะอาศัยอิทธิบาทสี่นี้ นำไปสู่การฝึกฝนที่สูงขึ้นคือการฝึกสติ คือสติปัฏฐานสี่

ฐานทั้งสี่ของการฝึกสติคือ กาย เวทนา จิต ธัมม เบื่องต้นนี้ผู้ฝึกยังไม่รู้ว่าสตินั้นเป็นอย่างไร ต้องฝึกมองในฐานทั้งสี่นี้ก่อน มองจนทะลุปรุโปร่งว่า กายหลังนี้ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ใดบ้างมองหยาบๆจนถึงละเอียด ฐานกาย(อายตนะ)นี้ เมื่อเข้าใจเข้าถึงได้ก็จะเห็นฐานเวทนาเห็นฐานจิตเห็นฐานธัมม ฝึกให้มากๆด้วยแนวทางเช่นเดียวกับอิทธิบาทสี่ นำเอาอิทธิบาทสี่ที่ฝึกมาแล้วมามองไปที่ฐานต่างๆทั้งสี่จนเข้าใจแจ่มแจ้งทะลุข้ามไปจนเห็นแจ้งถึงภายในของฐานทั้งสี่ที่ทับซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ ในขั้นตอนนี้จะเห็นชัฏที่มันเป็นเหตุให้ก่อกรรม ฝึกฝนเพียรเพ่งเช่นนี้ให้ยิ่งๆให้อุดมจึงจะเป็นเหตุนำให้เข้าใจการรื้อชัฏ

เมื่อเข้าใจการรื้อชัฏก็จะเท่ากับเห็นบาปเห็นกรรมชั่วที่ทำมานานประมาณว่าข้ามภพข้ามชาติ รู้จักการทำความเพียรเพื่อที่จะละบาปทั้งหลายเมื่อละได้ก็ต้องเพียรที่จะป้องกันมิให้จิตหลงกลับไปสร้างบาปอีก เพียรละบาปให้มากเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ยังมีอกุศลอีกมากที่ฝังลึกยากที่จะเข้าถึงได้ วิธีที่จะรักษาตนมิให้ถูกอกุศลที่ยังละไม่ได้ดึงให้จิตใฝ่ต่ำก็ต้องอาศัยการเพียรสร้างกุศลกรรมที่ยังไม่เคยเกิดให้เกิดขึ้นในตนให้ได้ และต้องเพียรรักษาการสร้างกุศลกรรมหรือกุศลธัมมที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้เสื่อมไปจากจิต ทำให้มากทำให้ยิ่งจนจิตเสพคุ้นไม่ท้อถอยทั้งละบาปและสร้างกุศล อย่างนี้เรียกว่า สัมมัปปธานสี่ มีองค์ประกอบเป็นบาลีว่า

สังวรปธาน ปหานปธาน ภาวนาปธาน และ อนุรักขนาปธาน

ไม่แน่ใจว่าได้เขียน อิทธิบาทสี่แล้วหรือยัง

อิทธบาทสี่ประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา

ส่วน สติปัฏฐานสี่ มี กาย เวทนา จิต ธัมม

ทั้งหมดนี้ลองทบทวนฝึกฝนดู ได้นำเอาสิ่งยากมาแจกแจงให้เข้าใจง่ายว่า ธัมมทั้งสามสิบเจ็ดประการที่ชื่อว่า "โพธิปักขิยธัมม " นั้นประกอบด้วยธัมมอะไรบ้าง และชี้แนะแนวทางวิธีฝึกให้ง่าย แต่ทั้งหมดใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายในการฝึก ขึ้นแต่บุญกรรมและความเพียร บุญเกิดได้ด้วยความเพียร ต้องเพียรจึงจะส่งผล เรียนจากตำรานั้นได้เพียงแค่สัญญา แต่การทำความเพียรอย่างไม่ย่อท้อตั้งมั่นอย่างไม่ลดละไข้วเข้วออกนอกลู่นอกทางจึงจะเกิดปัญญา ปัญญานี้สามารถทำให้บริสุทธิ์ยิ่งๆขึ้นจนถึงที่สุดแห้งการแจ้งในธัมมจนสามารถชี้แนะบอกทางแก่ผู้อื่นได้จึงจะเป็นกุศลสูงสุดพ้นจากทุกข์ได้

บุญรักษา


ใส่รหัสที่นี่   
กล่องตอบด่วน
admin
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 25
graph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
Reply Quote
 
Go to top
ตอบกลับ
เริ่มหัวข้อใหม่
หน้า: 1