ไขปัญหาธรรมบนเว็บบอร์ด

ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน.    ลืมรหัสผ่าน?

หลวงปู่สาธยายธัมมโดยพิศดาร ตอน โพชฌังคธัมม
(1 viewing) (1) ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
Go to bottom
ตอบกลับ
เริ่มหัวข้อใหม่
หน้า: 1
หัวข้อ : หลวงปู่สาธยายธัมมโดยพิศดาร ตอน โพชฌังคธัมม
#358
หลวงปู่สาธยายธัมมโดยพิศดาร ตอน โพชฌังคธัมม 10 เดือน, 3 สัปดาห์ ก่อน กรรม: 0
โพชฌังคธัมม

คือธัมมที่จะนำไปสู่ความรู้แจ้งแทงตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ต้องการเรียนรู้เรื่องอะไรก็ต้องอาศัยโพชฌังคธัมมนี้ โพชฌังคธัมมนี้มีด้วยกันเจ็ดข้อ คือ สติ ธัมมวิจัย วิริยะ ปีติ ปัสสัทธิ สมาธิ และอุเบกขา ธัมมทั้งเจ็ดนี้คือข้อพึงกระทำและสภาพธัมมของการปฏิบัติจะต้องปรากฎขึ้นเป็นความกระจ่างในจิตแล้วจิตจึงอบรมปัญญาให้กระจ่างแจ้ง ต่อเมื่อทำให้มากให้สมบูรณ์ยิ่งๆขึ้น จึงเรียกว่า สัมโพชฌงค์

การที่จะเป็นผู้รู้ในวิชาการต่างๆที่เรียกว่าสัจจะ ต้องอาศัยโพชฌังคธัมมและต้องทบทวนกระทำให้มากที่เรียกว่า สัมโพชฌงค์ และเรียนรู้ในสัจจะคือความจริงชนิดกระจ่างในวิชชาต่างๆจนเรียกได้ว่ารอบรู้รู้รอบจึงจะเรียก สัมมาทิฏฐิ เพื่อจะได้มีปัญญาคิดได้อย่าลึกซึ้งเรียกว่า สัมมาสังกัปปะอย่างนี้จึงจะเดินเข้าสู่ความสำเร็จในการอันปรารถนา

สติสัมโพชฌงค์ คือ จะเรียนรู้เรื่องธรรมชาติของตนเองก็ต้องตั้งสติให้มั่นให้มาก ให้มั่นให้มากที่ไหน สติตั้งมั่นในทวารทั้งเก้า เช่น เมื่อทำเมตตาจิตจะเกิดอานิสงส์สิบเอ็ดประการแต่ที่สำคัญยิ่งสำหรับผู้ปฏิบัติฝึกฝนต้องเข้าให้ถึงเจโตวิมุตติ การจะเข้าถึงเจโตวิมุตติ ต้องมีสติระลึกรู้อย่างทั่วพร้อมในทวารทั้งเก้าให้มากให้ยิ่ง(สัมโพชฌงค์) เพื่อที่จะได้รับรู้สภาพธัมมที่มากระทบที่เกิดขึ้นที่เข้าสู่จิต

การตั้งสติอยู่ที่ทวารทั้งเก้าซึ่งเป็นประตูทางเข้าและออกของอารมณ์ทั้งปวง เรียกว่ามัคค(มรรค)

หลวงปู่จะให้มองเป็นองค์รวมคืออายตนะ ซึ่งโดยรวมแล้วเรียกว่ากาย การตั้งสติไว้ที่กายก็คือการเอาจิตคอยตรวจสอบกายหลังนี้ตลอดตาหูจมูกลิ้นกายใจ เฝ้ามองสำรวจสภาพธัมมทั้งหลายแล้วก็มองอารมณ์ สิ่งใดกระทบส่งอารมณ์ภายนอกอย่างไร จิตปรุงแต่งอารมณ์อย่างไร กายเคลื่อนไหวไปตามอารมณ์ใดสงบ ระงับ หรือฟุ้งซ่านปั่นป่วนอย่างไร สภาวะธัมมที่เกิดขึ้นตัวเจ้าของเป็นผู้พิจารณารู้อยู่ จะคัดเลือกแยกแยะอย่างไร จะนำกายให้ทำกิจใดจะสอนจิตให้ปรุงแต่งอย่างไร ทั้งหมดนี้ต้องทำให้มากฝึกให้มากจนกว่าจิตและกายเข้ากันได้อย่างสนิทแนบแน่นเป็นสมาธิสัมโพชฌงค์

ทำความเพียรให้มาก สติ ธัมมวิจัย วิริยะ ปีติ ปัสสัทธิ สมาธิ ให้สัมปทา ให้เจริญยิ่ง จึงทำการพิจารณาถึงคุณและโทษของธัมมทั้งปวงที่วิจัยผ่านมา แยกแยะสอนจิตตนให้บ่อยให้มากจนจิตเชื่องละบาป ขัดเกลาอยู่เป็นประจำไม่ว่างเว้น ความเสพคุ้นในธัมมงามอยู่ตลอดเวลา จิตก็จะละคายบาปไม่กลับไปทำบาปอีก สอบสอนจิตอยู่เป็นประจำกำลังจิตกำลังกายกำลังสมาธิกำลังความเพียรกำลังศรัทธาก็จะแก่กล้าสร้างเสริมปัญญาด้วยการพิจารณาสภาวะธัมมที่เกิดขึ้น ละกิเลสอันเป็นน้ำฝาดได้มากปัญญาย่อมเจริญยิ่งๆขึ้น ความแก่กล้าก็จะแนบแน่น ทำความเพียรอยู่เป็นประจำด้วยรู้คุณรู้โทษของธัมมทั้งปวง มรรคย่อมสมังคีไม่แก่ไม่อ่อนเป็นไปตามความเพียร จิตผ่องแผ้วผ่องใสไร้มลทินมีความเกษมอยู่ในธัมมทั้งปวง ดำเนินจิตดำเนินกายอย่างไม่ประมาทจิตตั้งมั่นกายพร้อมย่อมดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นสุข

ทั้งหมดนี้คือลักษณะของการดำเนินจิตและกายที่เรียกว่าการปฏิบัติธรรม โดยรวบเอาวิธีการดำเนินธัมมปฏิบัตของอาจารย์เณรีที่ดำเนินมาจนกระจ่างใจ เมื่อนำเอาองค์ปฏิบัติก็จะเห็นได้ว่าการทำความเพียรตามการสอนแบบ "โง่โง่เซ่อเซ่อทำตามที่สอนแล้วดีเอง " แต่แฝงไปด้วยองค์ความรู้แนะนำแก้ไขคัดดัด ให้เข้ากรอบขององค์แห่งการทำความเพียร เมื่อเข้าใจทำได้แล้วหันมามองการฝึกฝนทำความเพียรและองค์ประกอบของการทำความเพียรที่เป็นแนวทางตามหลักวิชาการ จะเห็นได้ว่าเข้าองค์ธัมมตามหลักวิชาการทั้งสามสิบเจ็ดประการ ไม่ประมาททำความเพียรทั้งกายและจิตอยู่เป็นประจำย่อมนำไปสู่ความสำเร็จตามปรารถนาไดอย่างไม่ยาก

บุญรักษา


ใส่รหัสที่นี่   
กล่องตอบด่วน
admin
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 25
graph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
Reply Quote
 
Go to top
ตอบกลับ
เริ่มหัวข้อใหม่
หน้า: 1