ไขปัญหาธรรมบนเว็บบอร์ด

ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน.    ลืมรหัสผ่าน?

หลวงปู่สาธยายธัมมโดยพิศดาร:ปฐมเทศนาและมรรค ๘ (ต่อ)
(1 viewing) (1) ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
Go to bottom
ตอบกลับ
เริ่มหัวข้อใหม่
หน้า: 1
หัวข้อ : หลวงปู่สาธยายธัมมโดยพิศดาร:ปฐมเทศนาและมรรค ๘ (ต่อ)
#357
หลวงปู่สาธยายธัมมโดยพิศดาร:ปฐมเทศนาและมรรค ๘ (ต่อ) 10 เดือน, 3 สัปดาห์ ก่อน กรรม: 0
ก่อนอรุณ สามชั่วโมง มาต่อกัน

ครั้งที่แล้วหยุดอยู่ที่ สัมมาวาจา ท่านอาจจะเห็นว่าเรียงผิด ไม่เป็นไร เอาอารมณ์แบบนักทดลองมาเรียงลำดับธัมมแบบธรรมชาติช่าง คือ มีสติตั้งมั่นหยิบจับอะไรขึ้นมาทำมุ่งมั่นด้วยสมาธิรวบรวมบรรดาองค์ความรู้ที่มีในทุกแขนงสาขาทั้งประสพการณ์และสิ่งที่สดับมา จึงคิดได้ว่าจะดำเนินการอย่างไรตั้งมั่นเอาไว้ลงมือจัดการกับงานตรงหน้าสำเร็จการเมื่อไรก็บอกใครๆที่ถามไถ่
ความเป็นมาอธิบายที่ไปที่มากระจ่างทั้งวาจาและการงานเป็นที่มาของ " สัมมาอาชีวะ "

สัมมาวายามะ เกิดแต่สัมมาอาชีวะที่ได้มาตามขั้นตอนเบื่องต้น เมื่อมีอาชีพก็มีรายได้ ถ้ากำหนดรายได้โดยไม่เอารัดเอาเปรียบกำหนดแต่พอเพียงในการเลี้ยงชีพโดยชอบ แน่นอนย่อมมีผู้อุดหนุนแน่นขนัด และด้วยเพราะความสามารถจึงไม่มีใครแย่งชิงอาชีพ แต่สังคมของธรรมดาสัตว์ย่อมมีริษยาและแย่งชิงเป็นธรรมดา ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องใช้กล(อุบาย) ไม่ได้ด้วยกลก็อาศัยมนต์คาถา ไม่ได้ด้วยมนต์คาถาก็ใช้เหลี่ยมเล่ห์มารยา(มายา) ไม่ได้ด้วยมายาก็หันมาใช้ทุวาจาให้ร้ายทำลายทุกทางด้วยมีจิตมุ่งมาดฆาตร้ายไม่เกรงไม่กลัวไม่อายไม่เว้ยแม้ในกายที่เป็นชายที่สวมใส่เครื่องแบบนักรบ นี้มีมาแต่โบราณกาลนานโพ้นในทุกเผ่าพันธ์ไม่ว่าจะเป็นคนหรือเดรัจฉานเป็นเหตุต้นของธัมม " มนุสห้า "

เมื่อถูกทำร้ายทำลายจะด้วยวิธีการใดๆ ก็ต้องตั้งสติให้มั่น มุ่งมั่นในทางที่ชอบที่ควรคือไม่คิดชั่วร้ายตอบโต้ แต่ใช้สติปัญญาในการหาช่องหาทางออกจากความชั่วที่ถูกให้ร้ายเหล่านั้น ด้วยการตั้งมั่นที่เรียกว่า " สัมมาสติ " เมื่อตั้งมั่นด้วยสัมมาสติหาลู่หาช่องหาทางด้วปัญญายิ่งดั่งเช่นที่ดำเนินมาแต่ต้น ย่อมไม่อับจนปัญญาคิดงานใหม่สร้างงานเพิ่มต่อเติมต่อยอดให้สูงขึ้นยิ่งกว่า เช่นนี้เรียกว่า " สัมมาสติ "

เมื่อตั่งมั่นสติในทางสัมมาคือในทางชอบไม่มีจิตคิดประทุษร้ายใครๆ มีแต่เมตตาจิดที่เห็นความเขลาขลาดกลัวของบรรดาสัตว์มนุสชั้นต่ำสามจำพวกเบื้องล่าง ด้วยที่เป็นสัตว์สูงกว่าเป็นมนุสมนุโส มีศีลห้าครองใจไว้ดีแล้วงามยิ่งแล้ว ย่อมสามารถย่อมมีปัญญาย่อมแก้ไขในกังขาทั้งหลายได้ด้วยช่องทางที่ควร(สัมมาสติ)ที่ชอบ ละวางอารมณ์ทั้งหลายลงสงบและมีสมาธิมุ่งมั่นสรรสร้างสิ่งที่ดีที่เจริญยิ่งๆขึ้น เช่นนี้จึงเรียกว่า " สัมมาสมาธิ "

และด้วยสัมมาสมาธิเจริญสติทั้งทางโลกคือละเว้นความชั่วร้ายอันเป็นธรรมดาสัตว์ ไม่แสดงท่าทางกร้าวร้าวชี้หน้าด่าใครๆในที่ไหนๆ อวดอ้างตนว่าดีกว่าเหนือกว่าเช่นนั้นก็จะเท่ากับกดตัวเองให้ลงสู่มนุสเบื้องต่ำทั้งสาม

ด้วยเพราะเจริญสติในทางชอบตั้งมั่นสมาธิในทางชอบ ย่อมก่อให้จิตที่เคยหมองทำให้ปัญญาไม่แจ่มใสคลายตัวลง เมื่อละวางความเศร้าหมองเหล่านั้นลงได้หมด ปัญญาบริสุทธิ์ย่อมเกิดขึ้น ตั้งมั่นเจริญสติสมาธิและปัญญาทบทวนหลั่งไหลไม่ขาดสายจึงเรียกว่า " สัมมาปัญญา " อันเป็นความสำเร็จของการดำเนินมัคคแปด

" โลกย่อมไม่สิ้นอรหันต์ตราบเท่าที่ยังมีผู้เจริญธัมมมัคคแปดนี้อยู่ "

หมายความว่า โลกย่อมไม่สิ้นคนดีคนเก่งคนประสพความสำเร็จตราบเท่าที่ธัมม " มรรคแปด " นี้ยังดำรงคงอยู่ และยังมีผู้เข้าใจนำไปใช้กับชีวิตตนเพื่อการพัฒนาตนเองให้เจริญในทางที่ชอบ คำว่าที่ชอบในที่นี้หมายถึงถูกต้องตามครรลองแห่งธัมมอันงาม ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ชอบ

ฉะนั้นคำว่าไม่สิ้นอรหันต์จึงไม่ได้หมายความว่าอรหันตบุคคลเหมือนอย่างพวกหัวล้านปลอมบวชชอบอ้างตนอ้างพวกว่าสำเร็จเป็นพระอรหัต์แล้วด้วยเพราะเจริญมรรคแปดไปในทางที่ " ตนเอง " ชอบ คือชอบชั่วก็ดำเนินชั่ว ชอบแย่งชิงก็ดำเนินแย่งชิง ชอบเลวอย่างไรก็ดำเนินไปตามนั้น
นี้เรียกว่าตะแบง พวกหน้าเฮียหน้างามจิตทรามชอบทำเช่นชั่วชอบตามที่ว่านี้มีมากในสังคม ตะแบงแม้เป็นนักบวชห่มผ้ากาสาวะฯ เมื่อมีจิตทรามก็เรียกว่าปลอมบวช ยังติดอยู่ในโลกธรรมแปด ไม่ยอมละวางซ้ำกลับดำเนินนอกลู่นอกทางไม่เป็นไปตามธัมมข้อมัคคแปดตามที่พระพุทธศาสดาสั่งสอน พวกบรรดานี้ก็เรียกว่าปลอมบวช

มรรคแปด vs โลกธรรมแปด

นั้นคนละเรื่องกัน ตรงข้ามกันชนิดขาวกับดำต่ำทรามเลยทีเดียว

มัคคแปดหรือมรรคแปด เป็นธัมมปฎิบัติเพื่อความบริสุทธิ์เป็นไปเพื่อทำลายอวิชชา คือความหลงผิด หลงผิดในทุกๆเรื่องด้วยเพราะถูกเสี้ยมสอนมาผิดหรือตั้งจิตไว้ผิดอยู่ในสังคมพวกพาลละลานแม้คำสอนของพระศาสดาในทุกสาสนะ

ส่วนโลกธรรมแปด เป็นธรรมที่มีอยู่แล้วในสัตว์ทั้งหลายไม่เว้นภพภูมิ ยิ่งมีมากยึดติดมากก็จะดำดิ่งลงต่ำมาก แค่มนุสชั้นต่ำสามจำพวกที่เรียกว่ามนุสสี่จุดศูนย์ก็ทำให้สิ้นชาติได้แล้ว ถ้ายิ่งมีพวกเดรัจฉานมากเปรตมากสัตว์นรกมากโลกก็แบกไม่อยู่ คำสอนของพระบรมครูพุทธศาสดายังถูกพวกมนุสสี่จุดศูนย์ในยุคนี้มุ่งมั่นทำลายด้วยอ้างว่าเพราะปรารถนาดี ก็เพราะพวกบรรดาชั่วทั้งหลายยึดมั่นในโลกธรรมแปดแย่งชิงกันเพื่อความเป็นใหญ่ เพื่อลาภ เพื่อยศ เพื่อสรรเสริญ เพื่อสุข ทั้งที่สิ่งทั้งหลายเหล่านี้มันไม่มีอยู่จริง มันเป็นมายาบังตาให้หลง แต่คนจำนวนมากที่เป็นมนุสสี่จุดศูนย์ชอบแสวงหามาประดับกายอันต้องเน่าเปื่อย ไม่มีสักนิดที่จะคิดแสวงหาธรรมที่จะมาทำลายความเขลาความโง่เขลาเบาปัญญาความหน้าด้านไม่อายไม่เกรงต่อบาปเวร ใช้เล่ห์เพทุบายมารยาสาไถยตะแบงแหกกฎให้ร้ายป้ายสียัดเยียดความผิดให้ผู้อื่น ทำร้ายทำลายด้วยเพราะเกรงว่าความชั่วตนจะถูกเปิดเผย อันที่จริงการกระทำทั้งมวลของพวกมนุสสี่จุดศูนย์นี้ก็เป็นการประกาศความชั่วของตนเองชนิดแก้ผ้าล่อนจ้อนเดินไปทั่ว อวดให้ใครๆได้รู้ได้เห็น นี่ก็เพราะความไม่กระจ่างในธรรมอันเป็นธรรมดาสัตว์จึงยิ่งทำก็ยิ่งสาวไส้ตนเองวงค์ตระกูลหมู่โคตรเง่าออกมาตีแผ่ให้สังคมได้ยิ้มหัวกัน เป็นเรื่องสนุกกลบเกลื่อนตัวเองด้วยการชี้หน้าด่าผู้คนแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวต่อหน้าสาธารณชน ควบคุมอารมณ์ไม่ได้เสียจริตจิตทราม

ทุกวันนี้ในยุคสี่จุดศูนย์ความชั่วเด่นชัดจนทำให้พระธัมมคำสอนของพระพุทธศาสดาปรากฎเป็นจริงมากยิ่งๆขึ้น กัดกันอย่างกับสัตว์เดรัจฉาน แย่งชิงกันอย่างกับสัตว์เดรัจฉานที่มีที่เกิดมาจากนรกอเวจี มีให้เห็นในทุกที่ไม่เว้นแม้จากพวกที่ปลอมบวช ผู้ที่บวชตามคำสอนของพระพุทธศาสดาเขาปล่อยวาง แต่พวกแอบข้างๆกลับไม่รู้ตัวว่าเป็นพวกปลอมบวชมาแต่ต้น หึกเหิมทำชั่วช้าลามกได้ทุกเรื่องด้วยระเริงในอำนาจจอมปลอม ที่จริงแท้แน่นอนคือที่หมายเดิมที่หลุดออกมา ไม่รู้ตัวเองว่ามาเพื่อแก้ไขความชั่วที่เคยทำไว้แล้วแต่ชาติปางก่อนๆ ได้โอกาสมาแก้ไขแต่เพราะชั่วที่ติดมาในสันดานแม้ได้โอกาสห่มผ้ากาสาวะเพื่อศึกษาพระธัมมคำสอนของพระพุทธศาสดา แต่เพราะชั่วมันมีหนามากสั่งสมมากเร่งให้เกิดมากขึ้น จึงไม่มีปัญญาขัดเกลา ที่สุดก็ต้องกลับไปที่เก่าเพื่อรับผลแห่งการทำมากกว่าแม้ในร่มผ้ากาสาวะฯ จึงเท่ากับตัดสินตนเองหมู่ญาติหมู่มิตรที่มีจิตคิดร่วมมารดาบิดาวงค์ศาคณาญาติก็ถูกลากลงสู่อบายที่หมายสุดท้ายก็โลกันต์ฯ

ยาวไปหรือเปล่าสำหรับมัคคแปด ไม่เป็นไรเพื่อความกระจ่างจะได้เกรงบาปซึ่งความเกรงบาปนี้จะส่งผลให้ดำเนินตามมรรคมีองค์แปดได้ดียิ่งขึ้นสำเร็จง่ายขึ้น

แล้วค่อยต่อกันในธัมมข้ออื่นๆให้ครบ สงสัยอย่างไร ต้องการให้แจงอย่างไรก็ถามไถ่กันนะ

บุญรักษา


ใส่รหัสที่นี่   
กล่องตอบด่วน
admin
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 25
graph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
Reply Quote
 
Go to top
ตอบกลับ
เริ่มหัวข้อใหม่
หน้า: 1