ไขปัญหาธรรมบนเว็บบอร์ด

ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน.    ลืมรหัสผ่าน?

ภัยต่อพุทธศาสนา1
(1 viewing) (1) ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
Go to bottom
ตอบกลับ
เริ่มหัวข้อใหม่
หน้า: 1
หัวข้อ : ภัยต่อพุทธศาสนา1
#23
ภัยต่อพุทธศาสนา1 7 ปี, 3 เดือน ก่อน  
ปกติห้าปีก่อนหน้านี้ หลวงตาวนเวียนอยู่ในต่างจังหวัดไกลๆ ถึงวันศีล (วันพระน่ะ) ชาวบ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ พ่อแม่ลูก คนรุ่นหนุ่มสาว ทั้งคนรุ่นทดแทน(แทนคนชรา) ก็จะเดินทางมาที่วัด หรือถ้าไม่มีวัด ก็จะเป็นสำนักสงฆ์ หรือที่พำนักสงฆ์ หรือสถานปฏิบัติธรรมที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ เพื่อทำทาน ปัดกวาดทำความสะอาด เลี้ยงพระ แล้วก็ทำบุญด้วยการฟังธรรม สนทนาธรรม นี้เป็นชีวิตปกติของคนบ้านนอก เน้นว่าคนบ้านนอก ที่ว่าบ้านนอกนั้น หมายความว่า เป็นคนมีบ้านอยู่นอกเขตเทศบาล นอกเขตเมือง นอกเขตอำเภอ นอกเขตจังหวัด คืออยู่ไกลความเจริญฟุ้งเฟ้อของคนเมือง คนในเมืองเองใช่ว่าจะไม่มี มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่มักจะอ้างว่า ไม่ว่าง ติดธุระ จะมีธุระอะไรที่สำคัญกว่าการฟังธรรม เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อเอาบุญ เอากุศลติดตัว เพื่อออกไปต่อสู้กับโลกภายนอก
คนส่วนใหญ่ เป็นคนในพระพุทธศาสนา ใช่ เป็นคนในพระพุทธศาสนา แต่ที่ได้มานั้น ไม่ใช่ว่าได้มาเพราะมีความเชื่อและศรัทธาในพระธรรมคำสอน แต่ว่าได้มาเพราะเหตุแห่งการเกิดในประเทศที่มีพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ ขอได้ทำความเข้าใจกันก่อนว่า ศาสนา ไม่ได้หมายความถึงเรื่องอะไรที่จะโน้มน้าวให้คนมีความหลงไหล หรือว่าเชื่ออย่างงมงาย ตรงข้าม ศาสนาหมายถึงคำสอนของผู้รู้ เฉกเช่นเดียวกับนักคิด นักค้นคว้า นักประดิษฐ์ ที่มีชื่อเสียงทั้งหลาย เพียงแต่ว่า ศาสนา หรือ ศาสนะ เป็นคำสอนที่ไม่ปรากฎเป็นรูปธรรมโดยตรง แต่ว่าสามารถอ้างเอารูปธรรมทั้งหลายที่มีอยู่ มาเปรียบเทียบได้ เป็นคำสอนที่ต้องการให้เกิดศรัทธาในตนเอง เน้นว่าในตนเอง ไม่ใช้ในผู้สอน หรือผู้ถ่ายทอด เพราะว่า เมื่อฟังคำสอนเหล่านั้นแล้ว ตนเองสามารถนำเอาคำสอนเหล่านั้นมาลงมือทดสอบปฏิบัติดู ควบคู่กับการพัฒนาให้เป็นไปตามวิสัยแห่งตน สามารถนำเอา สิ่งรอบข้างที่เรียกว่าสิ่งแวดล้อม มาอุปมาอุปมัย ให้เกิดความเข้าใจในตนเอง เมื่อปัญญายังน้อย มีความรอบรู้น้อย ก็นำความเหล่านั้นที่ตนนึกคิดได้ไปสนทนาแลกเปลี่ยนกับผู้รู้ ครู อาจารย์ เพื่อขยายความเข้าใจให้มากขึ้น โดยไม่ยึดถือเอาตนเป็นที่สุด เหตุเพราะสัตว์ทั้งหลาย มักเอากิเลสของตนเป็นเครื่องเทียบ แล้วก็ด่วนสรุปว่า ใช่แล้ว ใช่เลย ต้องเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นแน่นอน เหมือนที่ได้ยินมาจากนักบวชในพระพุทธศาสนารูปหนึ่ง กล่าวอย่ามั่นใจว่า "ไม่มีใครดีเต็มร้อย และไม่มีใครเฮี้ยเต็มร้อย" นี่ก็เอากิเลสของตนเองเป็นเครื่องตัดสินผู้อื่นเช่นกัน ถ้าลองได้ทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในคำสอนขององค์พระพุทธศาสดาแล้วละก็ เขาผู้นั้น ต้องไม่เข้าใจผิดอย่างนั้นแน่นอน แต่เสียดายที่เขาเป็ผู้มีความใหญ่เสียแล้ว สอนได้ยากมาก เพราะว่าคำสอนขององค์พระศาสดาที่ให้เขามาเกิดในใต้ร่มพระพุทธสาสนา ยังไม่สามารถทำควาเข้าใจที่ถูกต้องแก่เขา แล้วใครเล่าจะสอนเขาได้ นี่จึงได้มีคำว่า พระ ครู เป็นผู้ที่สอนยากที่สุด
ตอนที่หนึ่งขอเท่านี้ก่อน ค่อยว่ากันใหม่ในตอนที่สอง


ใส่รหัสที่นี่   
กล่องตอบด่วน
kittiyano

Reply Quote
 
Go to top
ตอบกลับ
เริ่มหัวข้อใหม่
หน้า: 1