ไขปัญหาธรรมบนเว็บบอร์ด

ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน.    ลืมรหัสผ่าน?

ไขปัญหาธรรม ตอน สะกิดนิดๆ หวังเตือนสติ
(1 viewing) (1) ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
Go to bottom
ตอบกลับ
เริ่มหัวข้อใหม่
หน้า: 1
หัวข้อ : ไขปัญหาธรรม ตอน สะกิดนิดๆ หวังเตือนสติ
#112
ไขปัญหาธรรม ตอน สะกิดนิดๆ หวังเตือนสติ 6 ปี, 7 เดือน ก่อน  
สะกิดนิดๆ หวังเตือนสติ

จะต่อเรื่องกรรมเบี่ยงเบน แต่ไม่เอาละ ใช้หัวเรื่องใหม่ดีกว่า ไม่ได้คิดจะกระทบใคร ดีไม่ดีจะหาว่า หลวงตาช่างร้ายเหลือ...

วันนี้หลังจากพักไปนานก็ได้กลับมาแล้ว หลายๆ ท่านคงดีใจที่หายไป จะได้ไม่ต้องมาทรมานอ่านเรื่องไร้สาระ มีแต่ยกตัวอย่างของตัวเอง อึมฮึ ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้ว แม้พระพุทธองค์ก็ไม่ทรงยกเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนอื่นมาเป็นเหตุในการยกตัวอย่างเพื่อการขยายความหรือแจงความเพื่อความเข้าใจ แต่จะยกตัวอย่างอันเป็นเรื่องของพระพุทธองค์เอง ในแต่ละชาติที่ได้ทรงเกิดมาเพื่อรับผลแห่งกรรมในรูปแบบต่างๆ นานา

หลวงตาเองก็เป็นศิษย์ที่ดี จึงต้องยกตัวอย่างที่เป็นเรื่องที่เกิดกับตัวเองมาเป็นเหตุเพื่อการอธิบายแจงเรื่องกรรมให้ได้เข้าใจกัน ผิดบ้างถูกบ้าง ก็มีสิทธิ์ท้วงติงได้ ถามมาแล้วก็จะได้ตอบไป ไม่ถามก็ต้องหาเรื่องมาเล่ามาเขียนเอาเอง อย่างนี้ก็ได้เรื่องน้อยหน่อย ไม่ได้เป็นทูเวย์คอมมูนิเคชั่น เป็นเพียงแค่วันเวย์ เหมือนสถานีทั่วไปที่พูดข้างเดียว

พอเขียนถึงตรงนี้ก็นึกขึ้นได้ ไม่ได้ดูเองนะ เพียงแค่มีคนมาเล่าว่าพวกชอบฝอยข่าว เก็บข่าวจากหนังสือพิมพ์มาเล่า แล้วก็วิจารณ์น่ะ เขาเอาสมองส่วนไหนมาคิดกันนะ หนังสือพิมพ์ก็ยกเมฆนั่งเทียนเขียนเพื่อที่จะได้พาดหัวไม้ ให้หนักเข้าไว้ ดีไม่ชอบเขียน ป้ายให้เลอะไปก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน คนที่เขาไม่พอใจก็โต้แย้ง ทำให้หนังสือพิมพ์ได้ขายข่าวต่อ นี่เป็นอาชีพ ถ้าไม่มีเรื่องเกิด ไม่มีข่าว ก็ไม่มีอาชีพ อีกพวกหนึ่งก็ชอบที่จะให้เป็นเรื่อง จริงเท็จไม่สนใจ ขอให้มีมูลเสียก่อน เดี๋ยวหมาก็มาขี้เอง คนทั่วไปก็ทำตัวเป็นหมาได้สมใจเขา ก็เลยแย่งกันเข้าไปขี้ ฮึฮึ ที่สุดก็ไม่มีอะไร สร้างบาปเวรกันไป พอๆ กันทั้งคนก่อมูลและคนแก้มูล

Say What You See เขียนย่อได้ว่า SWYS แปลงอักษรตามหลักภาษาเสียใหม่เป็น SWIS เติม H เข้าไปอีกตัวเป็น SWISH แปลว่าเฆี่ยนทำร้าย ว่าร้าย เสียดสี ยุให้ตีกัน อาจจะสงสัยว่าหลวงตาเอา H จากไหนมาเติมให้เขา ก็มาจากสันดานของคนข่าวที่ไม่มีธรรมน่ะ hoax พวกหลอกลวง horde พวกฝูงชนผู้เป็นอนารยชน horrid คำนี้หนักหน่อยคือพวกระยำ hosier คำนี้ตีความหมายแบบสแลงๆ ว่าพวกที่ชอบถกถึงชั้นใน พวกลอกคราบผู้อื่น หรืออีแร้งดีๆ นั่นแหละ เห็นไหมว่าฝาหรั่งน่ะเขาลึกซึ้ง เขาเอาความหมายของพวกชอบยุ่งกับเรื่องของคนอื่น ไม่ชอบที่จะเห็นใครดี เห็นใครดีไม่ได้ ต้องเข้าไปสอดเสือกเพื่อขุดคุ้ยมาทำลายอย่างไม่มีธรรม อันนี้เป็นธรรมดาของชนหมู่นี้ แล้วก็เอามาเขียนคำที่มีความหมายใกล้เคียงที่สุด แล้วจัดการตบแต่งเสียใหม่ให้สวยหรู เราที่เป็นพวกที่ไม่เข้าท่า ตรงกับสันดานอยู่แล้วที่เขาด่า ก็เลยนึกว่าที่เขาเขียนให้น่ะถูกต้อง แต่ไม่มองสันดานตน ก็เลยเปิดสำนักสอนกันมาแบบผิดๆ ยกกันเป็นคณะ เป็นสถาบัน แล้วหาคนดีที่ออกมาทำเรื่องดีๆ ได้สักกี่คน อยากดังต้องทำความฉิบหายให้กับคนอื่น อยากฟื้นจากความล่มจม ต้องร่วมมือกับคนทำลายชาติ อย่างนี้แล้วมันจะเหลืออะไร

เลยเถิดไปไกล แสดงความขี้เท่อเรื่องภาษาให้คนด่าเล่นเล็กน้อย พอเป็นที่สบายใจ แต่ถ้าจะเอาไปคิด แล้วรู้จักแก้ไข ก็นับว่ามีประโยชน์ หลวงตาไม่ดูข่าว ไม่อ่านหนังสือพิมพ์มานานมากแล้ว เคยพบพระนักบวชที่ปลีกตัวไปอยู่ในที่ไกลๆ หลีกเร้นจากสังคม ท่านบอกว่าถ้าอ่านหนังสือพิมพ์เดี๋ยวตบะแตก แล้วก็จะลงไปฆ่าพวกมัน อยู่ป่ากินผักกินหญ้าเป็นวัวเป็นควายดีกว่า สงบดี

หลวงตาเองก็เช่นกัน ตั้งแต่ตัดสินใจว่าไม่อบรมใครๆ อีกแล้วที่มีที่มาไม่มีกุศลรองรับ ไม่ใช่พวกปฏิรูปเทสวาโส ก็ไม่อบรมให้แล้ว อบรมเด็กที่มีตระกูลดี มีโอกาสเข้าศึกษาในสถานที่ดีๆ แม้จะปัญญาทึบหรือเป็นเด็กพิเศษ ก็กลับดูประหนึ่งว่าจะมีบุญมาก พอได้รับการอบรม เขาเหล่านั้นก็เข้าใจ หลังอบรมให้แสดงความคิดเห็น ตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้ว่าจะมีการอบรมจนได้เข้าอบรม แล้วถึงวันสุดท้ายนี่ ลองบอกมาซิว่าเป็นอย่างไร ระดับประถมหนึ่งถึงประถมหกน่ะมีความคิดมากมายหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ไม่ชอบ จนที่สุดอยากให้มีการอบรมทุกปีๆ ละสองสามครั้งก็มี บ้างก็บอกว่าดี ได้รับความรู้ว่าการทำกุศลนั้นไม่ยาก ไม่เสียสตางค์ และทำให้เป็นคนดีขึ้นเรื่อยๆ มีความอดทน มีความขยันหมั่นเพียร มีสมาธิมากขึ้น มีความรักในพ่อแม่ ครู พี่น้องและเพื่อนมากขึ้น หลวงตาสอนเรื่องมงคลสามสิบแปดอย่างเดียวเท่านั้นก็พอแล้วสำหรับความเจริญในชีวิตข้างหน้า นี่เรียกว่าเกิดในที่ดี มีบุญติดตัวมาแล้ว ได้รับการขัดเกลาอีกเล็กน้อย ต้องบอกว่าเล็กน้อยเท่านั้นก็ฉลุย เดินหน้าได้อย่างมั่นคง เป็นคนดีของโรงเรียน ของเพื่อนพ้อง ของพ่อแม่ ของสังคมหมู่ญาติ และสังคมโดยรวมได้อย่างอาจหาญ ไม่อายใคร เพราะว่าเด็กเหล่านั้นเข้าใจความจริงแล้ว

เด็กที่ผ่านการอบรมแล้วต่างก็เข้าใจในความจริงว่ากุศลนั้นสร้างได้ไม่ยาก ไม่เสียสตางค์ ไม่ต้องเดินทางไปไหน ทำได้มากตลอดเวลา ไม่มีกำหนดขอบเขต ไม่มีที่ว่าง ไม่มีที่เว้น

ผิดกับพวกมีบาปเวร แม้ได้ชื่อว่าเป็นครู ก็ยังสอนตนเองไม่ได้ แล้วจะไปสอนเด็กของชาติให้ดีได้อย่างไร ไม่มีระเบียบ ไม่มีวินัย ไร้คุณธรรม ระยำ ทำชั่วได้แม้ในสถานที่อบรมธรรมะ กินข้าวพระแล้วทำชั่ว กลัวตัวเองจะมีความผิด คิดได้แค่ป้ายขี้ให้พระดีกว่า หาเรื่องก่อนที่ตนเองจะมีเรื่อง ก็จะไม่มีเรื่องได้อย่างไร ถูกไล่กลับ เลิกอบรมกลางคัน ก็วิ่งกันขวิดเป็นหมาถูกน้ำร้อน แล้วก็สรุปว่าป้ายขี้ให้พระดีที่สุด ยกมาแต่ละเรื่องบอกความไร้คุณภาพของตนเองทั้งนั้น นึกว่าดีแล้ว กระทรวงศึกษาก็ช่วยกันใช้งบประมาณกันไป อบรมกันยกใหญ่ มีแต่ขี้เลื่อย ไม่มีเนื้อไม้เลย หาแก่นสารอะไรไม่ได้ แล้วชาติจะมีอะไรเหลือ สมัยก่อนนะเขาให้พระสอนเด็ก สอนคน เดี๋ยวนี้เอาขี้เลื่อยมาสอนเด็ก แถมจะมาสอนพระด้วย มองพระไม่มีความรู้กันเสียหมด

พูดถึงหมาสอนคน หลวงตาก็เคยอาศัยหมาสอนมาแล้ว มองหมาแล้วก็มองตัวเอง มองว่าเรามีอะไรดีกว่าหมาบ้าง เริ่มนับหนึ่งกันดู ปรากฏว่าสู้หมาไม่ได้ แค่ว่าเรานั้นมีกิเลสหนา หมามันมีเพียงแค่ฤดูกาลเพื่อการขยายเผ่าพันธุ์ แต่มนุษย์มีไม่เลือก ไม่เป็นที่ ไม่เป็นเวลา เป็นคนบวชอยู่ในศีลยังทำตัวเลวเทียบหมาไม่ติดเลย แล้วไม่เอาหมามาสอนพระได้อย่างไร ความคิดของเราก็สับสนวุ่นวาย หมานอนสบายไม่เห็นคิดมาก หมาลุกขึ้นเพราะว่าได้ยินเสียง ได้กลิ่นไกลเป็นกิโล แทบจะเรียกว่ามีญาณวิเศษ แล้วเราล่ะ ขนาดอยู่ใกล้ๆ ยังไม่รู้ เห็นมีแต่พวกชอบเพ่งญาณดูหวย หาทางรวยลัด แล้วเป็นอย่างไรล่ะ ก็ต้องยกเค้าหนีไปพร้อมกับเงินกฐิน ใช้หนี้ไม่ได้ก็ฆ่าตัวตาย หรือไม่ก็ต้องถูกฆ่า เดี๋ยวนี้ไม่เคารพพระกันแล้ว ก็ทำตัวของตัวเอง จะมีเหลือให้เขาเคารพกันได้อย่างไร ก็เลยพลอยทำให้ชาวบ้านได้บาปกันมากมาย เพราะดูถูกพระว่าเหมือนกันหมด พอไปเจอพระดีเข้า ยังจะดูถูกท่าน ทีนี้ก็รับผลกรรมกันไม่หวาดไม่ไหว บ้างก็ถึงกับล่มจม ล้มตายก็มี นี่เพราะพระไม่ดีเป็นเหตุ

วันนี้หลวงตาอารมณ์แปรปรวนหรือไง ถึงได้พาดพิงดะตั้งแต่พระยันหมา ตั้งแต่หมายันพระ ฮึฮึ แท้ที่จริงก็เปล่า ไม่ได้แปรปรวน แต่ว่าปรวนแปร ต้องการแหย่ให้อีดิเตอร์และเว็บมาสเตอร์มีงานทำ ไม่จำเจ ถ้าตรวจทานไม่ดี มีหวังได้คุกกันระนาว ตั้งแต่เท้ายันหัว หัวลงถึงเท้ากันล่ะคราวนี้ ฮึฮึ

อันที่จริงถ้าอ่านไปคิดไป แก้ไขจริตไป ก็คือเรื่องที่ต้องการเขียนนั่นแหละ แต่ว่ามันไม่มีอะไรมาก ก็เลยต้องใช้เรื่องกระทบมากๆ เพื่อให้ได้คิด เรื่องการทำกุศลนั้นน่ะไม่ยาก ไม่ต้องเสียสตางค์ การแก้ไขตนเอง รู้จักสอนตนเองจากมงคลสามสิบแปดประการ ในข้ออัตตสัมมาปณิธิ ก็ถ้าเรารู้เรื่องที่ทำว่าไม่ดี แล้วรู้แก้ไข ก็จะเป็นเรื่องดี การทำเรื่องดีเป็นกุศล การทำเรื่องไม่ดีเป็นอกุศล การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีให้ได้ก็เป็นกุศล ฝึกตนให้ตั้งอยู่ในที่ชอบที่ควรที่ดีงามก็เป็นกุศล ยิ่งฝึกมากก็เป็นกุศลมาก เมื่อฝึกมากก็เป็นนิสัย เป็นสันดาน เป็นวาสนาที่เปลี่ยนไปในทางดีแล้ว จะทำอะไรก็เจริญ มีความมั่นคงในชีวิต ไม่มีบาป เพราะเป็นคนแก้บาปด้วยตนเอง ไม่ยากจนเพราะว่าขยันอดทนไม่ย่อท้อ ไม่งอแง พ่อแม่ก็ชื่นใจไม่เหนื่อย ทรัพย์สินหามาได้ก็รู้จักจัดระเบียบใช้สอย แบ่งปันจัดการให้ถูกต้อง มีคำภาษิตโบราณท่านสอนเอาไว้

สร้างหนี้ใหม่ ใช้หนี้เก่า ใส่ปากงูเห่า เอาไปทิ้งเหว

ท่องจำให้ขึ้นใจ จะได้ทำตัวถูก ไม่ยากจน ไม่เป็นคนไร้สาระ เป็นพระก็ต้องตีความอย่าง เป็นชาวบ้านก็ต้องดีความอย่าง อย่าปะปนชนกันจนไม่เป็นเรื่อง อย่าตะแบง อย่าแปลงบาลี ภาษิตสอนคนก็คือสอนคน ส่วนคนจะอยู่ในฐานะอะไร อยู่ในเพศอะไรก็ว่ากันไป ภาษิตนั้นดีเสมอ แต่คนตีความมักตะแบงแปลงบาลี ที่สุดก็เลยไม่รู้ว่าอันไหนถูกอันไหนผิด เหมือนเรื่องกรวดน้ำที่เคยเล่าให้ฟังแล้ว ใครตีความได้ก็ตีไป ตีไม่ได้ ถามมาเมื่อไร ก็จะได้มาอธิบายแจกแจงกันใหม่

วันนี้สรุปว่าทำกุศลไม่ต้องเสียสตางค์ ไม่ต้องจำกัดเวลา ไม่ต้องจำกัดสถานที่ ทำที่ตัวเราเองนี่ ทำให้มาก ทำให้บ่อย ทำให้ติดอยู่ในกมลสันดาน ให้เป็นวสี คือหายใจเข้าก็คิดดีทำดี หายใจออกก็คิดดีทำดี ให้ทำเป็นอย่างเดียวคือทำดี

เป็นเด็กๆ สิ่งที่เป็นมงคลชีวิตก็คือเชื่อฟังคำสั่งสอนของแม่พ่อ ปู่ย่า ตาทวดที่อบรมสั่งสอนให้รู้จักทำการกิจต่างๆ ในบ้านในเรือน อย่าตามเพื่อนจนเสียคน เรียนหนังสือก็ตั้งใจ เตรียมเรื่องที่จะเรียนไว้ก่อน เข้าห้องเรียนจะได้ไม่เหนื่อยไม่เผลอ เพราะว่าเท่ากับได้ทบทวนที่เตรียมตัวมาว่าถูกต้องหรือไม่ ที่ไม่เข้าใจก็จะได้ฟังคำอธิบายซักถามเสียให้เข้าใจ ตัวก็จะได้ความรู้ ครูก็จะได้เตรียมตัวมาให้ดี ครูไม่มีคุณภาพ ก็รายงานให้ถึงกระทรวง อย่ารายงานแค่ในโรงเรียน

อย่าหาว่าหลวงตาพาดพิงดะไปเสียหมด คนมีความรู้เขาไม่เดือดร้อนดอก เพราะว่าเขาทำดีอยู่แล้ว เขาไม่ยกเอาความชั่วมาเข้าตัวดอก พวกที่วิ่งแจ้นเข้าฟ้องนี่พวกไม่มีความรู้ กล่าวหาว่าถูกด่าถูกดูถูกหยามเหยียด ก็เรื่องไม่ใช่ตัวเป็น ก็ไม่ต้องยกเข้าตัว ถ้าเรื่องตรงกับตัวแล้วไม่รู้จักแก้ไข ก็ฟ้องเข้าไป เขลาหนักกว่าเก่า เข้าไปหาพวก Swish ก็เป็นอันว่าตกเป็นเหยื่ออันโอชะของพวก Swish

วันนี้จบเรื่องไว้เพียงเท่านี้ หาสาระได้หรือไม่ก็พยายามหาเอานะเว็บมาสเตอร์และอีดิเตอร์ หลวงตาเอาตัวรอดก่อนล่ะนะ ที่เหลือเป็นเรื่องของท่านๆ ทั้งหลาย พอหายหน่อยก็มีแรงมาหาเรื่องให้คนอื่นได้แล้วล่ะนะหลวงตา ฮะฮะฮ่า อารมณ์ดี ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาอารมณ์หลวงตาดีมากๆ ทะเลาะกับนกหนูงูตะขาบทุกวัน ฮึฮึ บุญรักษา ถ้าไม่ถูกปิดเว็บเสียก่อนก็ค่อยมาว่าเรื่องใหญ่ๆ กัน เขียนเกือบเสร็จแล้วล่ะ


ใส่รหัสที่นี่   
กล่องตอบด่วน
Kittiyano

Reply Quote
 
Go to top
ตอบกลับ
เริ่มหัวข้อใหม่
หน้า: 1